มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖

คณะกรรมการมูลนิธิโยธินบูรณะ
แถวบน
นายไพฑูรย์ ภาระสิงห์ กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก
  นายชุมพล ฉวีสุข กรรมการ
  นายอบ นาคอ่วม กรรมการและเหรัญญิก
  พลตรีชุมพล ชุณหะวัณ กรรมการ
  นายคงคา มีระเกตุ กรรมการ
แถวล่าง
พลเอกศิริชัย สุวรรณมณี รองประธานกรรมการ
  นายชูสักดิ์ สมิตะสิริ ประธาน กรรมการ
  พลเอกประยุทธ โกศลยุทธสาร รองประธานกรรมการ
  นายไมตรีร์ โมรรัต กรรมการ
  (นายอำนวย ชัมพูนทะ และ นายเจริญ กลิ่นสุวรรณ ไม่ได้ร่วมถ่ายภาพ )
     
 
 
รายงาน มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ การพัฒนาห้องสมุด
 
โดย เลขานุการมูลนิธิฯ
   




มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ที่เข้ามาปรับปรุงห้องสมุดและพัฒนาสื่อเทดโนโลยีให้แก่โรงเรียนโยธินบูรณะ
เป็นใครมาจากไหน และมีความเป็นมาอย่างไรนั้น ต้องย้อนอดีตไป ๖๐ ปี ตั้งแต่โรงเรียนโยธินบูรณะมีนักเรียน
เพียง ๕๐๐ คน มีครูไม่ถึง ๒๐ คน (ปัจจุบันมีนักเรียน ๓,๘๐๖ คน มีครู ๑๕๓ คน) ครูท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า
สมัยนั้นต้องทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นคนเดียวถึง ๓ ห้อง เป็นช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์น่าสนใจหลายอย่าง เช่น
มีน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา มีการตื่นตัวในเรื่องการรักชาติกันมาก ตอนนั้น
พลเอกศิริชัย สุวรรณมณี กับ พลเอกประยุทธ โกศลยุทธสาร รองประธานของมูลนิธิ รวมทั้งกรรมการอีก ๓ คน
คือ พลตรีจุมพล ชุณหะวัณ คุณชุมพล ฉวีสุช และคุณไพฑูรย์ ภาระสิงห์ ยังมีอายุไม่พันวัยเด็กชาย ต้องแต่งตัว
เครื่องแบบยุวชนทหาร สวมหมวกทรงหม้อตาลคาดผ้าสีแดง แลดูเข้มแข็งน่าเกรงขามและน่ารักไปพร้อมกัน พวก
เรามีความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่สามารถเกาะกลุ่มรวมตัวกันเงียบ ๆ อย่างเหนียวแน่น พบปะสังสรรค์กันเป็น
ประจำทุกปีไม่เคยขาดตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่าผู้ที่เป็นหลักสำคัญที่ทำให้พวกเราเกาะกลุ่มรวมตัว
กันได้อย่างมั่นคงเหนียวแน่นส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราโชคดีที่มีประธานรุ่นที่ดีและมีความเสียสละสูงคือ คุณชูศักดิ์
สมิตะสิริผู้บุกเบิกแร่แบร์ไรท์แห้งบริษัท พี.แอนด์ เอส. แบร์ไรท์ ไมน์นิ่ง จำกัด และได้รับผู้ประสานงานที่ขยัน
คือ คุณเจริญ กลิ่นสุวรรณ อดีตช่างภาพมือดีของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนานิชประกอบกับเพื่อนร่วมรุ่นมีความ
รักใคร่กลมเกลียวกันดี ในช่วงก่อนมูลนิธิบูรณะ ๒๔๘๖ จะก่อตั้งขึ้นเรานัดพบสังสรรค์กันที่ภัตตาคาร ร้านอาหาร
และโรงแนมหลายแห่ง โดนเฉพาะที่ร้านพงหลี มุมอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ พวกเราใช้บริการที่นี่เป็นประจำ ตั้ง
แต่ครั้งยังเป็นภัตตาคารใหญ่อย่างทุกวันนี้ เหตุผลก็คือหาง่ายไปมาสะดวก เพื่อน ๆ ที่มาจากต่างจังหวัด
ชอบเป็นพิเศษ
มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ริเริ่มจาก คุณชูศักดิ์ สมิตะสิริ ปรารถว่า พวกเราพบปะสังสรรค์เฮฮามากว่า ๔๐
ปีแล้ว อายุก็มากขึ้น น่าจะทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม โดยเฉพาะโรงเรียนของเราและสังคมทั่วไปบ้าง ในที่
สุดจึงร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ขึ้น โดยรับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยเมือวันที่ ๙ กุมภาพันธ์
๒๕๒๖ และต่อมาสามารถรวบรวมตั้งกองทุนของมูลนิธิ ได้เสร็จเรียบร้อยในปี ๒๕๒๗ วัตถุประสงค์หลักก็คือ
ใช้ดอกผลของเงินทุนของมูลนิธิสนับสนุนการศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนกับให้ความช่วยเหลือที่จำ
เป็นแก่นักเรียน ศิษย์เก่ารวมทั้งครอบครัว และบำเพ็ญกุศลสาธารณประโยชน์อื่น โดนประธานของรุ่นประเดิม
มอบทุนให้แก่มูลนิธิเป็นครั้งแรก ด้วยจำนวนเงินที่ตั้งเป็นทุนของมูลนิธิได้ตามกฎหมายกำหนด มีเพื่อน
ร่วมรุ่นและผู้สมทบสนับสนุนอีกส่วนหนึ่ง ทำให้จำนวนเงินที่ตั้งเป็นทุนของมูลนิธิมีเพียงพอที่สามารถนำดอกผล
มาใช้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิได้เป็นที่พอใจ สำหรับผมซึ่งมีอาชีพที่ต้องโยกย้ายไปประจำทำงานต่างจังหวัด
เป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ทำให้ขาดการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่นไประยะหนึ่ง แต่ก็ยังโชคดีที่ย้ายเข้ามาอยู่ใน
กรุงเทพฯ ทันการก่อตั้งมูลนิธิ และมีส่วนช่วยทำงานให้แก่มูลนิธิได้พอสมควร โดนเฉพาะหลังจากเกษียณอายุ
ในปี ๒๕๓๑ ซึ่งคุณเจริญ กลิ่นสุวรรณ มีภาระอย่างอื่น ทำให้ผมต้องเข้ามาช่วยทำงานให้มูลนิธิหลายอย่าง เช่น
ช่วยประสานระหว่างเพื่อน โดยเฉพาะในปี ๒๕๓๒ มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ได้ส่งเงินไปร่วมสมทบทุนลง
เคราะห์นักเรียนขัดสน โรงเรียนโยธินบูรณะ จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท ส่งไปช่วยสร้างโรงเรียนประสบวาดภัยที่
จังหวัดชุมพร จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๓๔ ได้เชิญผู้แทนของโรงเรียนโยธินบูรณะ มารับทนการศึกษา ใน
งานเลี้ยงสังสรรค์ของรุ่น จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท




สำหรับในส่วนของการพบปะสังสรรค์ประจำปี นั้น พวกเรามีความเห็นพ้องต้องกันว่า นอกจากจะ
สังสรรค์กันแล้ว สมควรจะได้มีการทำบุญร่วมกัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ครู อาจารย์ และเพื่อนร่วมรุ่นที่ล่วงลับ
ไปแล้วด้วย ดังนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เป็นต้นมา จึงมีพิธีสงฆ์ทำบุญเลี้ยงพระเพลที่โรงบาลสงฆ์ก่อนแล้ว จึงไปสัวสรรค์กันต่อ และได้ถือปฏิบัตตเช่นนี้กันมาทุกปี โดยค่าใช้จ่ายในการทำบุญทั้งหมด ช่วยกันออกตามศัทธา ไม่ได้นำเงินของมูลนิธิ มาใช้เลย ตรงกันข้ามกรณีที่มีเงินเหลือก็จะนำไปสมทบทุนมูลนิธิ และในส่วนของมูลนิธิ ก็ยังคงดำเนินการเช่นทำมาทุกปี โดยส่งเงินไปช่วยเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายต่อมาทางมูลนิธิ ได้รับแจ้งว่า ทางโรงเรียนโยธินบูรณะ มีทั้งสมาคมศิษย์เก่า และมีมูลนิธิของศิษย์เก่าด้วยไม่มีปัญหาเรื่องการให้ทุนแก่นักเรียน
หากมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ จะช่วยโรงเรียน ฏ้ขอให้ช่วยในรูปแบบของเงินที่ช่วยพัฒนาโรงเรียนจะเป็นประโยชน์กว่า ดังนั้นในปี ๒๕๓๗ มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ จึงแบ่งเงินดอกผลที่ได้รับส่งไปให้แก่มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย มูลนิธิคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อเด็กพิการและมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ รวม ๔ ราย ๆ ละ
๓,๐๐๐ บาท และส่งไปให้โรงเรียนโยธินบูรณะ เพื่อให้ใช้ในการพัฒนาโรงเรียน จำนวน ๕,๐๐๐ บาท และได้ถือปฏิบัติเช่นนี้ตลอดมา โดยส่งเงินไปบริจาคแก่องค์กร การกุศลสาธารณะประโยชน์อื่นด้วย เช่น ส๓กาชาดไทย และสถาบันมะเร็ง เป็นต้น
เนื่องจากคณะกรรมการของมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ มีอายุครบวาระ และมีกรรมการ ๒ คนถึงแก่กรรมจำเป็นต้องแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ ประกอบกับเพื่อนร่วมรุ่นที่ยังสามารถติดต่อสื่อสารกันได้มีเหลืออยู่เพียง ๓๒ คน
ซึ่งอยู่ในวัยสูงอายุ สุขภาพไม่ดี และเจ็บป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการก็อยู่ในสภาพเดียวกันการเรียกประชุมแต่ละครั้งเริ่มมีปัญหา โอกาสที่มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ จะต้องเลิกไป เนื่องจากขาดกรรมการที่จะดำเนินงานจึงเป็นไปได้สูง ดังนั้นประธานกรรมการมูลนิธิจึงได้เชิญกรรมการของมูลนิธิ มาประชุมเพื่อแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ และพิจรณาเรื่อง ทรัพย์สินของมูลนิธิ ในกรณีที่หากมูลนิธิ ต้องเลิกไปด้วย โดยกำหนดในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นวันที่มีการทำบุญเลี้ยงพระที่โรงพยาบาลสงฆ์และเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีด้วย ซึ่งในการประชุมวันนั้น ได้มีมติให้มีการแต่งตั้ง กรรมการของมูลนิธิ ชุดใหม่รวม ๑๑ คน โดย ๙ คน แต่งตั้งจากชุดเดิม อีก ๒ คน แต่งตั้งใหม่แทนกรรมการที่ถึงแก่กรรม และมีมติให้แก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิ ข้อ ๔๑ ที่เดิมกำหนดว่า หากมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ต้องเลิกไป ให้ทรัพย์สินของมูลนิธิ ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิศิษย์เก่าโยธินบูรณะ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงได้มติให้แก้ไขเป็นว่า “ข้อ ๔๑ ถ้ามูลนิธิ ต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการหรือด้วยเหตุไดก็ตาม ทรัพย์สินของมูลนิธิที่เหลือให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ แก่โรงเรียนโยธินบูรณะ โดยให้นำไปใช้ปรับปรุงห้องสมุดของโรงเรียน เพื่อจัดอุปกรณ์เครื่องใช้รวมทั้งหนังสือ และสื่ออื่นประจำห้องสมุด” ซึ่งต่อมาทางมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ก็ได้ยื่นขอแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิชุดใหม่ และขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ
ข้อ ๔๑ และได้รับการอนุมัติ จากกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๔๗ หลังจากนั้นจึงได้ติดต่อประสานกับ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบูรณะ และอาจารย์ผู้มีหน้าที่ดูแลห้องสมุด ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง และเพื่อให้บรรลุตามความประสงค์ของมูลนิธิฯ ทางโรงเรียนโยธินบูรณะได้จัดทำโครงการในการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุด และแต่งตั้งผู้รับผิดชอบขึ้น เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๗ และในส่วนของมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ก็ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ ขึ้นในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๗ โดยที่ประชุมมีความเห็นว่าเนื่องจากกรรมการของมูลนิธิ อยู่ในวัยสูงอายุ และสุขภาพไม่ดีทำไห้มีปัญหากรรมการของมูลนิธิบางคน ไม่สามารถร่วมกิจกรรมของมูลนิธิ อาจทำให้ไม่สามารถบริหารงานของมูลนิธิ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกมูลนิธิฯ และนำทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ไปใช้ประโยชน์ตามเจตนาที่กำหนดไว้ในบังคับของมูลนิธิฯ ต่อไป โดยได้ดำเนินการขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย




แต่เพื่อให้การปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดได้ดำเนินไปโดยไม่ชักช้า ในระหว่างที่รอการอนุญาตให้เลิกมูลนิธิฯ จากกระทรวงมหาดไทย ทางมูลนิธิฯ ได้แจ้งให้โรงเรียนโยธินบูรณะทราบถึงความประสงค์ของมูลนิธิฯ ในการที่จะปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดของโรงเรียนให้ทันสมัย โดยใช้เงินของทางมูลนิธิฯ จำนวนหนึ่งที่ฝากไว้ในธนาคารมาใช้ในการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุด ทางโรงเรียนโยธินบูรณะจึงได้จัดทำโครงการขึ้น ชื่อว่าโครงการพัฒนาบรรยากาศการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ปี ๒๕๔๗ ซึ่ง เป็นการพัฒนาประเภทพัฒนาสื่อ และเทคโนโลยีห้องสมุดประกอบด้วยงาน ๓ ประเภท คือประเภทแรกได้แก่ การจัดซื้อหนังสือกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๙ กลุ่ม และหนังสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ๒๘ เล่ม รวมเป็นเงิน ๑๘๗,๑๕๐.๐๐ ประเภทที่ ๒ เป็นการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่พร้อมอุปกรณ์ ๑๐ เครื่อง และจัดการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่เดิม ๘ เครื่อง รวมเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท และประเภทที่ ๓ เป็นงานปรับปรุงตกแต่งสถานของห้องสมุด จัดทำตู้หนังสือ ๑ ชุด และจัดทำตู้วางเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมเก้าอี้ รวม ๑๘ ชุด รวมเป็นเงิน ๓๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท รวมใช้เงินทั้งสิ้น จำนวน ๗๓๗,๑๕๐.๐๐ ซึ่งทางมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ พิจรณาแล้วเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าทรัพย์สินของทางมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ อยู่มาก ทั้งนี้เพราะมูลค่าของทรัพย์สินที่มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ มีอยู่ในวันที่คณะกรรมการมีมติให้เลิกมูลนิธินั้น มีเงินฝากอยู่ในธนาคารเพียง ๓๒๐,๙๘๑.๓๒ บาท และมีเงินสดอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งปัญหานี้คณะกรรมการของมูลนิธิฯ บางส่วนได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเป็นการส่วนตัวและเห็นว่าเพื่อให้การพัฒนา ปรับปรุงห้องสมุดของโรงเรียนได้ดำเนินการไปตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ ประธานกรรมการคุณชูศักด์ สมิตะสิริ ได้บริจาคเงินเพิ่ม จำนวน ๒๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท และ พลเอกประยุทธ โกศลยุทธสาร รองประธานกรรมการร่วมบริจาค จำนวน ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท ส่วนที่ยังขาดอยู่อีกประมาณ ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาทเลขานุการมูลนิธิฯ รับเป็นผู้ให้การสนับสนุนบริจาค จำนวน ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท จึงทำให้ปัญหานี้ยุติเรียบร้อยลงด้วยดี โดยที่ทั้งทางมูลนิธิฯ และทางโรงเรียนต่างก็มีความเห็นตรงกันเงินดังกล่าวจะมอบให้แก่โรงเรียนเร็วหรือช้า ผลที่สุดก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงเรียนโยธินบูรณะ หากเริ่มดำเนินการให้เร็วขึ้นทางโรงเรียนก็จะได้ใช้ประโยชน์เร็วขึ้น ทางมูลนิธิจึงร่วมกับอาจารย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลงานห้องสมุด ดำเนินการจัดซื้อหนังสือตามกลุ่มการเรียนรู้ทั้ง ๙ กลุ่มต้องการ ได้เป็นส่วนใหญ่เว้นแต่หนังสือบางเล่มที่ทางสำนักพิมพ์แจ้งว่าจัดพิมพ์มานานแล้ว เมื่อหมดไปไม่ได้จัดพิมพ์ใหม่ 
สำหรับหนังสือที่ควรจะต้องจัดซื้อไว้ประจำห้องสมุดนั้น เมื่อมีการจัดซื้อตู้สำหรับเก็บหนังสือเพิ่มขึ้นก็สามารถแยกหมวดหมู่และจัดความเป็นระเบียบของหนังสือได้ดีขึ้น และมีจำนวนเพิ่มขึ้นได้โดยเฉพาะการจัดซื้อหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน จำนวน ๒๘ เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือที่มีคุณค่าจัดพิมพ์ขึ้นจากพระราชดำริและโดยพระราชประสงค์ของพระองค์พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวนั้น ทำมองเห็นคุณค่าและสมควรจะได้มีหนังสือลักษระนี้ไว้ประจำห้องสมุดเพิ่มขึ้น ประกอบกับทางห้องสมุดทราบว่าแม้จะเป็นหนังสือท่าทงห้องสมุดมีอยู่แล้วก็ไม่เป็นปัญหาเพราะขณะนี้หนังสือที่มีอยู่ในห้องสมุด ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมมาก มูลนิธิฯ จึงได้จัดหนังสือที่ทรงคุณค่าอีก ๒ เล่ม คือ หนังสือติโต และนายอินผู้ปิดทองหลังพระ ซึ่งเป็นหนังสือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปล และได้รับความนิยมยกย่องอย่างสูงต้องจัดพิมพ์ใหม่กว่า ๑๐ ครั้ง และยังได้นำหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับหนังสือที่ทรงพระราชนิพนธ์ อีก ๒ เล่ม คือ หนังสือเรื่องพระมหาชนก ฉบับการ์ตูน และหนังสือเรื่องทองแดง ฉบับการ์ตูน มาเป็นศิริมงคลแก่ห้องสมุด ตามด้วยหนังสือเบา ๆ คือ อารมณ์ขันจากวังสวนจิตรและเพื่อส่งเสริมให้การใช้ภาษา หนังสือเป็นไปได้อย่างถูกต้อง มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ จึงได้จัดหนังสือประเภทพจนานุกรมเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน คือพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ และพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม ของพระธรรมปิฎก (พระพรหมคุณาภรณ์) กับพจนานุกรมฉบับมติชนที่พึ่งเปิดตัวสู่ตลาดหนังสือเมื่อเร็ว ๆ นี้ และเสริมด้วย อังกฤษ-ไทย และ ไทย-อังกฤษ (ฉบับหอ้งสมุด) ของ สอ เศรษฐบุตร รวม ๒ ชุด กับ พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ ของออกซ์ฟอร์ด เล่มล่าสุด และพจนานุกรมอเมริกัน-อเมริกัน ของลองแมน เล่มล่าสสุดเช่นกัน ส่วนหนังสือไทย ๆ ที่เป็นของคู่บ้านคู่เมืองตลอดมา ได้จัดหนังสือพระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชนพระเวชสันดรชาดก เสภาขุนช้างขุนแผน อิเหนา พระอภัยมณี ไปจนถึงรามเกียรติ์ และสามก๊กด้วย หนังสือที่ขาดไม่ได้ที่ประชาชนควรรู้ได้แก่ หนังสือกฎหมายหลัก ๆ เช่นกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณษจักรไทย กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม ใหม่ และประมวลกฎหมายอาญาประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์และประมวลรัษฎากร เป็นต้น


การจัดซื้อหนังสือประจำห้องสมุดของมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ต้องชะลอตัวลงเมื่อได้รับกระแสน้ำใจอันประเสริฐจากเพื่อนผู้มีไมตรีจิต ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสอนภาษาอังกฤษมานับสิบปี และเป็นผู้เขียนหนังสือหลักการใช้ภาษาอังกฤษหลายเล่ม รวมทั้ง THE NEW ROAD ที่ลือชื่อ คือ อาจารย์ อาภรณ์ พฤกษะศรี ผู้ที่สามารถรวบรวมคำศัพท์ภาษา อังกฤษ-ไทย จำนวน ๓๐,๐๐๐ คำ มาเรียงร้อยให้สอดรับคล้องจองกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ในหนังสือคำศัพท์พ้อง อังกฤษ-ไทย ๓๐,๐๐๐ คำ ซึ่งเป็นหนังสือที่ต้องพิมพ์ซ้ำถึง ๑๘ ครั้ง โดยท่านผู้นี้นอกจากจะมอบหนังนสือที่ท่าเขียนเองให้แกห้องสมุด ๘ ชุด และมอบหนังสือของสำนักพิมพ์ดวงแก้วตจขาขานซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ของท่านเอง เป็นอภินันทนาก่รแก่ห้องสมุดแล้ว ยังมีน้ำใจนำ คุณบัญชา เฉลิมชัยกิจ แห่งสำนักพิมพ์สุขภาพใจ มาร่วมอภินันทนาการ หนังสือดีมีคุณค่าและสารประโยชน์แก่ห้องสมุดโรงเรียนโยธินบูรณะรวมกันแล้วกว่า ๒๐๐ เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือธรรมะที่ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นผู้เขียนกว่า ๒๐ เล่ม หนังสือที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เป็นผู้เขียนถึง ๑๗ เล่ม กับหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยที่น่าสนใจ อาทิ กินต้านโรค อนามัยสำหรับคนสูงอายุ ๙๖ วิธีนอนหลับอย่างเป็นสุข เป็นต้น โดยเฉพาะที่เกียวกับวงการศึกษาก็คือหนังสือการบริหารงานสุขศึกษาในโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีหนังสือที่ให้ความรู้ทางภาษา เช่น ราชาศัพท์ฉบับสมบูรณ์ พูดภาษาญี่ปุ่นหห้ง่ายได้อย่างไร พจนานุกรม ญี่ปุ่น-อังกฤษ- ไทย และเรียนจีนกลางแบบมาตรฐานเป็นต้น เป็นการเพิ่มความหลากหลายให้แก่ห้องสมุดมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
พรอ้มกันกับการจัดหนังสือประจำห้องสมุด มูลนิธิฯ ก็ได้ร่วมกันกับทางโรงเรียนดำเนินการปรับปรุงตกแต่งห้องสมุด โดยจัดทำตู้เก็บหนังสือชุดใหญ่ ๑ ชุด ตู้สำหรับตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมเก้าอี้ รวม ๑๘ ชุดรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์อื่นเสร็จเรียบร้อย และจัดซื้อเครื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ ๑๐ เครื่อง กับซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เดิม เสร็จเรียบร้อยเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย
 คงมีปํญหาว่า เมื่อได้ปฏิบัติครบถ้วนตามโครงการที่วางไว้แล้ว ยังมีเนเหลืออยู่จำนวนหนึ่งนั้นสมควรจะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่โรงเรียนอย่างไรดี สำหรับข้อพิจรณาในเรื่องนี้ ปรากฏว่าตาม ข้อกำหนด ของโครงการที่โรงเรียนวางไว้ก็คือ จะพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีห้องสมุดเป็นหลัก และโดยที่ปัจจุบันสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนได้พัฒนาไปมาก ประการสำคัญปรากฏว่า สื่อประเภทเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในปัจุบัน ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของโรงเรียน โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องฉายภาพหรือโปรเจคเตอร์ ซึ่งสามารถสื่อความหมาย ระหว่างผู้ให้กับผู้รับได้อย่างจำนวนมากนั้น ปรากฏว่าสื่อดังกล่าวที่มีคุณภาพและสมรรถภาพสูง นั้น มีราคาสูงกว่าจำนวนเงินที่เหลืออยู่ ดังนั้นจึงได้มีการปรึกษาหารือกัน ระหว่างประธานกรรมการและเลขาณุการของมูลนิธิอีกครั้ง ในที่สุดก็สามารถสรุปได้ว่าประธานกรรมการ ตกลงบริจาคเงินเพิ่มที่เสนอไว้เดิม ๒๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท อีก ๑๘,๒๘๐.๐๐ บาท และ เลขาณุการ
บริจาคเงินเพิ่มที่เสนอไว้เดิม ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท อีก ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท โดยประธานกรรมการ รับภาภระเงินค่าซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อ ฟิลิปส์ ๑๐ เครื่อง ราคา ๒๑๘,๒๘๐.๐๐ บาทไป และเลขานุการรับภาระเงินค่าเครื่องฉายภาพ ยี่ห้อพานาโซนิค ๑เครื่อง ราคา ๖๐,๐๐๐.๐๐ บาท จึงทำให้มีเงินเหลือเพียงพอที่จะใช้ตกแต่งสถานที่และจัดทำหนังสืออนุสรณ์ ในการมอบห้องสมุดให้แก่โรงเรียนโยธินบูรณะตามที่ตั้งใจไว้ด้วย
 ปัญหาทุกอย่างน่าจะจลงได้โดยเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ทราบจากอาจารย์ บุษยารัตน์ สือยุบล ว่าสาหตุที่ห้องสมุดมัลติมิเดีย โยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ซึงปรับปรุงจนสวยงามและพร้อมมูลด้วยสื่อและเทคโลยีทั่นสมัยต้องเปิดหน้าต่างให้ลมพัดผ่านระบายความร้อนนั้น ไม่ใช่เพราะไฟฟ้าลัดวงจรหรือเครื่องปรับอากาศเสีย แต่เป็นเพราะยังไม่ได้รับงบประมาณ จากทางส่วนราชการในส่วนนี้ เลขานุการของมูลนิธิฯ จึงต้องหารือกับประธานกรรมการมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ คือ คุณชูศักดิ์ สมิตะสิริ ว่าห้องสมุดพวกเราปรับปรุงพัฒนาจนเสร็จเรียบร้อยนี้ ยังรองบประมาณของทางราชการอยู่ และเรียนถามประธานกรรมการว่า ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่มีคุณภาพใช้ได้ มีราคา ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท นั้น ถ้ามีผู้มีจิตศัทธาบริจาค ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท ส่วนที่เกินอยู่จะทำอย่างไรดี ก็ได้รับคำตอบง่ายๆ ว่าประธานกรรมการก็จะรับเป็นผู้บริจาคเอง เรื่องก็จบลงด้วยดี โดยวงเงินในการติดตั้ง ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท เป็นหน้าที่ของประธานกรรมการมูลนิธิฯ ๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท และเลขานุการมูลนิธิ ฯ ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท ห้องสมุดมัลติมิเดีย โยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ก็จะมีบรรยากาสที่เย็นสบายขึ้น
 สำรหับการจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ ในวันที่มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ และศิษย์เก่าโยธินบูรณะ รุ่น ๒๔๘๖ มอบห้องสมุดซึ่งตกลงให้ใช้ชื่อว่า “ ห้องสมุด มัลติมิเดีย โยธินบูรณะ” อาจจะมากไปด้วยข้อมูลข่าวสารและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมา และความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมรุ่นและของ มูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ และความเป็นมาของจำนวน ทรัพย์สิน รวมทั้งสื่อต่างๆ ที่เป็นการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุด แต่ก็เห็นถึงความจำเป็นของผู้เกี่ยวข้องแลละผูที่ยังไม่ทราบว่าตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีเศษ พวกเราได้ทำอะไรกันบ้าง และที่เข้ามาปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดให้แก่โรงเรียนโยธินบูรณะ นั้นมีเหตุผลและความเป็นมาอย่างไร ก่อนที่จะยุติบทบาท ที่เคยกระทำมาตลอดระยะเวลา ๖๐ ปี
 ในฐานะ ตัวแทนของเพื่อนร่วมรุ่น และตัวแทนของมูลนิธิโยธินบูรณะ ๒๔๘๖ ขอขอบพระคุณทางโรงเรียนโยธินบูรณะ โดยฉพาะ ท่านผู้อำนวยการธำรง แพรนิมิต ท่านรองผู้อำนวยการทุกท่าน รวมทั้งคณาจารย์ทุกท่าน เฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ ที่รับผิดชอบดุแลห้องสมุด ที่ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดจนสำเร็จลุล่วงเรียบร้อย และผู้ที่เว้นจะกล่าวถึงมิได้ แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น คือ คุณชูศักดิ์ สมิตะสิริ ประธานรุ่นที่มีความเข้าใจและเต็มใจสนับสนุนความคิดในการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดของโรงเรียนโยธินบูรณะ ครั้งนี้อย่างดีมาโดยตลอด จนทำให้งานเสร็จลุลงด้วยดีตามเจตนารมย์ทุกประการ
    
     
     
     
     
 

เริ่มต้น กลับหน้าหลัก Home  
 

ห้องสมุดโรงเรียนโยธินบูรณะ
โรงเรียนโยธินบูรณะ ถนนสามเสน แขวงนครไชศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
ชมภาพให้สวยกรุณาปรับความละเอียดจอภาพที่ 1024 by 768 pixels Highest ( 32 bit )
webmaster E-mail : suwan@library2001.com